ศูนย์วิจัยฯทีเอ็มบี มองงบลงทุน 2 ล้านล้านบาทจะสร้างเม็ดเงินสู่งานรับเหมาก่อสร้างทั่วประเทศ 1.52 ล้านล้านบาท คาดปีหน้าผุดได้ 61 โครงการ มูลค่า 2.24 แสนล้านบาท

ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจธนาคารทหารไทย ประเมินว่า โครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานมูลค่า 2 ล้านล้านบาทของภาครัฐ จะก่อให้เกิดการกระจายงานก่อสร้างไปทั่วประเทศ ไม่นับเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล คิดเป็นมูลค่ารวมราว 1.52 ล้านล้านบาท  โดยภาคที่จะมีเม็ดเงินก่อสร้างสูงสุด คือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประมาณ 3.33 แสนล้านบาท ตามด้วยภาคกลางและเหนือจำนวน 3.26 และ 1.67 แสนล้านบาท

อย่างไรก็ตาม การเบิกจ่ายอาจล่าช้าในโครงการขนาดใหญ่ที่ลงทุนสูง และต้องมีการศึกษาวางแผนและผ่านกระบวนการอีกหลายขั้นตอน จึงมีโครงการขนาดเล็กบางส่วนที่น่าจะเริ่มดำเนินการได้เร็วกว่าทำให้งบก่อ สร้างสามารถออกไปเศรษฐกิจภูธรได้เร็วขึ้น ทั้งนี้ โครงการขนาดเล็กที่น่าเริ่มดำเนินการได้เร็วในปี 2557 มีจำนวน 61 โครงการ จากโครงการทั้งหมด 110 โครงการ มูลค่าการก่อสร้างประมาณ 2.24 แสนล้านบาท

ทั้งนี้ หากเม็ดเงินลงทุนดังกล่าวมีการเบิกจ่ายได้รวดเร็ว จะส่งผลดีกับหลายกลุ่มธุรกิจรวมถึงธุรกิจเอสเอ็มอี  โดยเอสเอ็มอี กลุ่มแรกที่จะได้ผลดีจากการก่อสร้างโครงการต่างๆ คือ กลุ่มผู้รับเหมาก่อสร้าง โดยเฉพาะกลุ่มที่มีคุณสมบัติและมีประสบการณ์ก่อสร้างโครงการภาครัฐมาก่อน หรือ อีกทั้งกลุ่มผู้รับเหมาฯรายกลางและเล็กยังมีโอกาสประมูลงานหรือรับเหมาสัญญา ย่อยจากกลุ่มผู้รับเหมาฯขนาดใหญ่เพิ่มขึ้นเช่นกัน โดยคาดว่าจะมีผู้รับเหมาก่อสร้างทั่วประเทศจำนวน 40,018 ราย ที่มีโอกาสรับอานิสงค์จากเม็ดเงินก่อสร้างผ่านโครงการก่อสร้างสาธารณูปโภค พื้นฐานต่างๆ ในแต่ละจังหวัด

สำหรับกลุ่มถัดมาที่ได้รับประโยชน์คือ กลุ่มวัสดุก่อสร้างทั่วประเทศที่มีจำนวนถึง 18,185 ราย แบ่งเป็นผู้ผลิต 2,513 ราย ผู้ค้าส่ง-ค้าปลีก 15,672 ราย ทำให้ยอดผลิตและยอดขายวัสดุก่อสร้าง เช่น ปูน ซีเมนต์ เสาเข็ม หิน ทราย เหล็ก เพิ่มสูงขึ้น ทว่า ธุรกิจค้าวัสดุก่อสร้าง กำลังเผชิญความท้าทายจากกลุ่มค้าปลีก-ค้าส่งวัสดุก่อสร้างรายใหญ่ ที่รุกขยายสาขาไปยังภูมิภาคต่างมากขึ้น ดังนั้นเอสเอ็มอีนอกจากปรับตัวเพื่อหาโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ จากงบลงทุน 2 ล้านล้านบาทแล้ว ยังต้องเตรียมตัวให้พร้อมรับการแข่งขันที่เพิ่มขึ้นอีกด้วย

 

แหล่งข่าวจาก posttoday…